#เรื่องเล่าจากปลายสาย แม่มณีได้มีโอกาสคุยกับลูกค้าท่านหนึ่งที่กำลังจะเปิดคลินิกเสริมความงามในจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้ามีความสนใจที่จะว่าจ้างบริษัท แม่มณี ดิจิทัล เอเจนซี่ ให้เข้ามาดูแลการโฆษณา Facebook แต่ด้วยพื้นที่ที่ลูกค้ากำลังจะเปิดคลินิกเสริมความงามนั้น มีการแข่งขันที่รุนแรง และมีคลินิกที่มีชื่อเสียงอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับงบค่าโฆษณา Facebook ต่อเดือนที่ลูกค้าได้ตั้งไว้ค่อนข้างน้อยมาก ๆ ถ้าเปรียบเทียบกับคลินิกคู่แข่ง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการสนทนาเกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดของอัตราค่าบริการ และรายละเอียดต่าง ๆ ของการให้บริการในการดูแลโฆษณา Facebook ของแม่มณี จนนำไปสู่การให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการวางแผนการทำการตลาดสำหรับคลินิกเปิดใหม่ ก่อนที่จะตัดสินใจโฆษณา Facebook แม่มณีเลยอยากหยิบยกเรื่องนี้มาเล่าให้คุณได้อ่านกันนะคะ
การเปิดคลินิก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกศัลยกรรม คลินิกเสริมความงาม คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือคลินิกเฉพาะทาง สูตินรีเวช หรือคลินิกประเภทอื่น ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้บริหารหรือคุณหมอเจ้าของคลินิกจะต้องมีการวางแผน การเตรียมการ และการเตรียมพร้อมก่อนใช้เงินลงทุนไปกับค่าโฆษณา Facebook ซึ่งได้แก่
1. กำหนด Brand Positioning
Brand Positioning คือ จุดยืนของแบรนด์ที่คุณอยากให้ลูกค้าจดจำคลินิกของคุณได้ในจุดที่มีความแตกต่างจากคลินิกคู่แข่ง ถ้าจะเปรียบเทียบให้คุณได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น แม่มณีอยากให้คุณเปรียบเทียบคลินิกเสริมความงามของคุณเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วให้คุณลองคิดว่า คุณอยากให้กลุ่มเป้าหมายมองคุณเป็นใคร คุณมีภาพลักษณ์แบบไหน คุณมีคาแรคเตอร์แบบไหน คุณมีรสนิยมยังไง หรือคุณมีข้อดี จุดเด่น หรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องไหนนั้นเอง
การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และการทำให้กลุ่มเป้าหมายจดจำคลินิกเสริมความงามของคุณได้ เป็นสิ่งที่จะทำให้คลินิกเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต ดังนั้น ผู้บริหารหรือคุณหมอเจ้าของคลินิกจะต้องมองภาพของแบรนด์ให้ชัดเจนมากที่สุด เพราะหาก Brand Positioning มีความชัดเจนมากเท่าไหร่ การกำหนดนโยบายในการวางแผนการตลาด การวางแผนการสื่อสารการตลาดก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น หากคุณอยากอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการวางแผนการสื่อสารการตลาดให้มากขึ้น แม่มณีมีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณได้ลองไปอ่านกันนะคะ กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดคลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
2. จะสื่อสารโดยทำคอนเทนต์อะไร แบบไหน ยังไง ?
เพราะการโฆษณา Facebook เปรียบเสมือนการใช้ลำโพงในการขยายเสียงให้คนอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงได้ยินเสียงที่กำลังป่าวประกาศเพิ่มมากขึ้น แต่เนื้อหาสาระที่กำลังประกาศอยู่นั้น จะทำให้คนหยุดฟังได้หรือไม่ นั้นคือประเด็น
- คลินิกเปิดใหม่ คือ น้องใหม่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก
- คลินิกเปิดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าคลินิกเปิดให้บริการอะไรบ้าง ?
- คลินิกเปิดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าคลินิกขายสินค้าหรือบริการในราคาเท่าไหร่ ?
- คลินิกเปิดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าคลินิกความงามของคุณมีบริการอะไรที่โดดเด่น ?
- คลินิกเปิดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าหลังรับบริการไปแล้ว จะเห็นผลลัพธ์ไหม ?
- คลินิกเปิดใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าคุณหมอมีความเชี่ยวชาญหรือไม่ ? เป็นต้น
ซึ่งทั้งหมดที่แม่มณีได้กล่าวไป โดยสรุปก็คือ คลินิกความงามที่เปิดใหม่ จะยังไม่ได้รับความเชื่อใจ ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากกลุ่มเป้าหมายในช่วงแรก เพราะกลุ่มเป้าหมายไม่ได้รู้จักคลินิกของคุณดีพอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากกว่า "การโฆษณา Facebook" ก็คือ เรื่องราวหรือสตอรี่ที่จะหยิบมาเล่า หยิบมานำเสนอ เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความไว้วางใจ สร้างความเชื่อมั่น สร้างความเชื่อใจ ก็คือ กลยุทธ์ในการทำคอนเทนต์ (Content Strategy)
3. กลยุทธ์การตั้งราคา (Pricing Strategy)
จากข้อ 1 การกำหนด Brand Positioning จะทำให้คุณทราบว่ากลยุทธ์การตั้งราคาขายจะไปในทิศทางใด เช่น หากคุณต้องการให้ภาพจำของคลินิก คือ ทุกเพศ ทุกวัยสามารถซื้อสินค้าและบริการของคลินิกได้ในราคาที่เอื้อมถึง หรือคลินิกต้องการปริมาณลูกค้าจองหรือทำนัดให้ได้มากที่สุดในแต่ะวัน และเน้นปิดการขายเพิ่มเติมในวันที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ การตั้งราคาสินค้าหรือบริการของคลินิกก็มักจะมีราคาที่ย่อมเยา มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทั้งลด แลก แจก แถมบ่อยครั้ง ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของคลินิกเสริมความงามจดจำคลินิกของคุณได้ว่าขายสินค้าหรือบริการในราคาไม่แพง แต่หากคุณตั้งราคาสินค้าหรือบริการในราคาสูง เพราะคุณหมอมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือเป็นระดับอาจารย์แพทย์ที่มีชื่อเสียงในการทำหัตถการบางประเภท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหารเป็นหลัก
แต่สิ่งที่คุณจะต้องระลึกไว้เสมอ คือ คลินิกเปิดใหม่ ยังไม่มีชื่อเสียงมากพอที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของคลินิกโดยทันที กลุ่มเป้าหมายมักมีการเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการ ราคา ผลลัพธ์ และความคุ้มค่าอยู่เสมอ ดังนั้น เรื่องของกลยุทธ์การตั้งราคา จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ค่ะ
4. วางแผน วางระบบการทำการตลาดด้วย Influencer, KOL และ KOC
จริง ๆ แล้ว คลินิกเปิดใหม่สิ่งที่มักจะขาดในช่วงแรกของการเปิดคลินิก ก็คือ รีวิว ซึ่งรีวิวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของคลินิกศัลยกรรมและเสริมความงามได้ ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นลงโฆษณา Facebook สิ่งที่คลินิกจะต้องคิด วางแผน และวางระบบตั้งแต่ก่อนคลินิกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็คือ การทำการตลาดด้วย Influencer Marketing ส่วนคลินิกจะเลือกใช้ Influencer, KOL หรือ KOC ก็ขึ้นอยู่กับ “งบการตลาด”
- Influencer คือ ผู้ที่มีชื่อเสียงที่เรารู้จัก คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในโลกออนไลน์ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok หรือในหน้าจอทีวี ทั้งดารา นักร้อง นักแสดง ดีเจ พิธีกร เป็นต้น โดย Influencer จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดและสามารถกระตุ้นให้ผู้ติดตามเกิดการคล้อยตามและมีพฤติกรรมเลียนแบบหรืออยากทำตามในสิ่งที่ Influencer พูดถึงหรือนำเสนอเพียงเพราะอยากทำตามได้ง่าย ซึ่งอัตราค่าจ้าง Influencer ก็มักขึ้นอยู่กับปริมาณของผู้ติดตาม Influencer คนนั้น ๆ หาก Influencer มียอดผู้ติดตามจำนวนมากเท่าไหร่ อัตราค่าจ้างก็จะมีราคาสูงขึ้นตามเท่านั้น
- KOL ย่อมาจาก Key Opinion Leader หมายถึง ผู้นำทางความคิด หรือก็คือ ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ โดย KOL จะสามารถแนะนำและทำให้ผู้ที่ติดตามคล้อยตามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสนใจนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง KOL จะมีความแตกต่างจาก Influencer ตรงที่ผู้ติดตามของ KOL จะมีความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง และเป็นเพียงคนบางกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันเท่านั้น เช่น Beauty Blogger
- KOC ย่อมาจาก Key Opinion Consumer หมายถึง คนทั่วไปที่ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่เป็นเพียงผู้ใช้สินค้าหรือบริการที่ได้รับประสบการณ์ตรงจากการใช้สินค้าหรือการบริการ และได้นำประสบการณ์ที่ได้รับมารีวิวให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้
ซึ่งหากคลินิกอยากให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจในชั่วข้ามคืน ก็ควรเลือกใช้ Influencer หรือ KOL ที่มีชื่อเสียงในระดับต้น ๆ ของประเทศก็จะสามารถช่วยให้คลินิกโด่งดังจากกระแสที่เกิดจาก Influencer หรือ KOL นั้น ๆ ได้ แต่หากคลินิกมีงบประมาณในการทำการตลาดไม่มากนัก การใช้ KOC ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะท้ายที่สุด นอกจากคลินิกจะใช้งบการตลาดที่น้อยแล้ว กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ก็ยังคงให้ความเชื่อถือกับรีวิวของผู้รับบริการที่ทำแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ก่อนและหลังเข้ารับบริการมากกว่านะคะ โดยทุกท่านสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ Influencer Marketing สำคัญอย่างไรในการทำการตลาดคลินิก
5. ติดอาวุธให้กับเซลล์ออนไลน์หรือแอดมินตอบแชท
อย่าลืมว่าคลินิกศัลยกรรม คลินิกเสริมความงามอยู่ในธุรกิจที่ขายผลลัพธ์ ดังนั้น ผลลัพธ์ของผู้รับบริการมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการทำคอนเทนต์ประเภทรีวิว (Review Content) ที่เผยแพร่ลงบนเพจ Facebook เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างความน่าเชื่อถือแล้ว การมีรีวิวที่ซัพพอร์ตงานขายให้กับเซลล์ออนไลน์หรือแอดมินใช้ในการส่งให้กับลูกค้าที่ทักแชทสอบถามถึงสินค้าหรือบริการของคลินิกผ่านทาง Facebook Messenger หรือ LINE Official Account (LINE OA) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันนะคะ เพราะนี่คือ สิ่งยืนยันและการันตีผลลัพธ์ที่ลูกค้า (อาจจะ) ได้รับหลังเข้ารับบริการของคลินิกนั้นเอง
และที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะขายสินค้าหรือบริการใดก็ตาม คนขายจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าและบริการนั้น ๆ เป็นอย่างดี รวมถึงแอดมินหรือเซลล์ออนไลน์ของคลินิกด้วยเช่นกันนะคะ เขาจะต้องสามารถวิเคราะห์และประเมินปัญหา หรือ Pain point ของกลุ่มผู้สนใจที่ทักแชท แอดไลน์เข้ามาปรึกษาหรือสอบถามสินค้าและบริการของคลินิกได้ รวมทั้ง แอดมินหรือเซลล์ออนไลน์จะต้องมีทักษะในการเจรจาที่ดี เพราะการขายสินค้าและบริการออนไลน์มีความยากมากกว่าการขายสินค้าหรือบริการที่เจอกับลูกค้าตัวเป็น ๆ ที่หน้าคลินิกค่ะ
ถ้าคุณผ่านการคิด วางแผน และได้ดำเนินการตาม 5 ข้อข้างต้นมาแล้ว คลินิกเสริมความงามของคุณก็พร้อมแล้วที่จะใช้เงินลงทุนไปกับการลงโฆษณา Facebook แต่หากคลินิกยังไม่ได้เริ่มดำเนินการใด ๆ หรือยังไม่มีแผนใด ๆ เลย แม่มณีแนะนำว่าอย่าเพิ่งโฆษณา Facebook โดยเด็ดขาด เพราะผลลัพธ์ที่คลินิกจะได้จากการโฆษณา Facebook จะไม่เป็นไปตามที่คลินิกคาดหวังอย่างแน่นอน
ส่วนตัวแม่มณีเชื่อเสมอว่า การจะใช้เงินไปกับการโฆษณาไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาในแพลตฟอร์มใดก็ตาม คลินิกเสริมความงามจะต้องมีความพร้อมในทุกด้าน หรือมีการเตรียมแผนการทำงานรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะคลินิกสามารถใช้เงินในการทำโฆษณาเมื่อไหร่ก็ได้ ตราบที่คลินิกต้องการ เพราะไม่กี่คลิก โฆษณาของคลินิกก็สามารถแสดงผลได้แล้ว แต่สุดท้าย คลินิกต้องการลูกค้า คลินิกต้องการยอดขาย ดังนั้น ลงทุนเมื่อพร้อมเถอะนะคะ แล้วคลินิกของคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากการโฆษณาอย่างแน่นอนค่ะ
สุดท้าย หากท่านใดสนใจบริการที่เกี่ยวข้องการการวางกลยุทธ์การตลาดคลินิก วางแผนการตลาดคลินิก หรืองานปรึกษาการตลาดของคลินิก สามารถอ่านข้อมูลบริการนี้ได้ที่นี่นะคะ ที่ปรึกษาด้านการตลาดคลินิกเสริมความงาม Marketing Consultant แล้วอย่าลืมไปกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้กับแม่มณีได้ที่แฟนเพจ MAE MANEE Digital Agency ที่ปรึกษาการตลาดคลินิกเสริมความงาม หรือจะปรึกษาแม่มณีเป็นการส่วนตัว สามารถโทรศัพท์ปรึกษาได้ที่เบอร์ 0834255649 ได้เลยนะคะ