Influencer Marketing สำคัญอย่างไรในการทำการตลาดคลินิก

ประโยคหนึ่งที่แม่มณีมักพูดกับน้อง ๆ ในทีมการตลาดในสมัยที่เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคลินิกศัลยกรรมและความงามแห่งหนึ่งอยู่เสมอ นั้นก็คือ ต้นน้ำของการทำการตลาดคลินิกให้ประสบความสำเร็จ ก็คือ รีวิว (Review) อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า “รีวิว” เป็นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ติดตามตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของคลินิกได้ เพราะคลินิกศัลยกรรม คลินิกเสริมความงาม ล้วนเป็นธุรกิจที่ขายผลลัพธ์หลังการทำศัลยกรรมหรือการทำหัตถการ และหากท่านใดได้เคยอ่านบทความ คลินิกความงามเปิดใหม่ อย่าเพิ่งโฆษณา Facebook ถ้ายังไม่เตรียม 5 ข้อนี้ จะเห็นได้ว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญในการเตรียมตัวก่อนโฆษณา Facebook ของคลินิกเสริมความงามนั้น เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เจ้าของคลินิกหรือคุณหมอเจ้าของคลินิกต้องให้ความสำคัญนะคะ ซึ่งหากเราจะมาพูดถึงการได้มาของรีวิวในการทำการตลาดคลินิกศัลยกรรมและคลินิกความงาม ก็คงหนีไม่พ้นที่จะเกี่ยวข้องกับการทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) นั้นเอง

Influencer Marketing คืออะไร

อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คืออะไร ?

อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คือ กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งไม่ว่าอิทธิพลที่ส่งออกมานั้น จะมาจากปัจจัยใดที่ทำให้ผู้อื่นเกิดการคล้อยตามได้ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีชื่อเสียง ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ผู้มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับตัวเราเองก็ตาม ซึ่ง Influencer จะรวมทั้งคนดังที่มีชื่อเสียงในทุกแวววง หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่มีผู้ติดตามก็ได้

อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) มักเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง หรือคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในโลกออนไลน์ ทั้ง Facebook, Instagram, YouTube, TikTok หรือในหน้าจอทีวี วิทยุ ไม่ว่าจะเป็นดารา, นักร้อง, ดีเจ, พิธีกร, นักข่าว หรือแม้กระทั้งนักกีฬา เป็นต้น

โดย Influencer จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดและสามารถกระตุ้นให้ผู้ติดตามหรือแฟนคลับที่คอยสนับสนุนเกิดการคล้อยตามและมีพฤติกรรมเลียนแบบ หรืออยากทำตามในสิ่งที่ Influencer พูดถึงหรือนำเสนอได้อย่างง่ายดาย โดยอัตราค่าจ้างของ Influencer ก็มักขึ้นอยู่กับปริมาณของผู้ติดตาม Influencer คนนั้น ๆ หาก Influencer มียอดผู้ติดตามมากเท่าไหร่ อัตราค่าจ้างก็จะมีราคาที่สูงตาม

ประเภท Influencer

จัดอันดับ 5 ประเภทของ Influencer ในประเทศไทยในปี 2024 ที่แบ่งตามจำนวนผู้ติดตาม ได้แก่

1.) Nano Influencer / Prosumer (ผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตาม 1,000 - 10,000 คน) เป็น Influencer ระดับที่เล็กที่สุด มักเป็นบุคคลทั่วไปที่มีอิทธิพลหรือมีตัวตนที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักและจดจำได้ในหมู่ของคนที่รู้จัก ครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ตัว ส่วน Prosumer ก็คือ ลูกค้าที่ได้ใช้สินค้าหรือบริการ แล้วหยิบเรื่องราวและประสบการณ์จากการใช้สินค้าหรือรับบริการมานำเสนอ พูดถึง หรือบอกต่อบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเสียงจาก Prosumer ค่อนข้างมีน้ำหนักและมีพลังในการโน้มน้าวใจคนใกล้ตัวเป็นอย่างมาก ซึ่ง Influencer ประเภทนี้ จะมีประสิทธิภาพในการทำการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-mouth marketing) เป็นอย่างดี โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างประมาณ 3,000 – 15,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับ Influencer ประเภทอื่น ๆ โดยคลินิกเสริมความงามสามารถจ้าง Influencer ประเภทนี้ได้หลาย ๆ คนพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการบอกต่อกระจายในวงกว้างได้

2.) Micro Influencer (ผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ตั้งแต่ 10,000 - 50,000 คน) Influencer ประเภทนี้ จะเติบโตมาจากการเป็น Nano Influencer หรือ Prosumer ที่เริ่มจะมีฐานแฟนคลับหรือผู้ติดตามจากความชื่นชอบในแนวทางของการนำเสนอคอนเทนต์ ซึ่งตัวตนของ Micro Influencer จะมีความชัดเจนมากกว่า Nano Influencer หรือ Prosumer และมียอดผู้ติดตามมากกว่า Nano Influencer หรือ Prosumer โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างประมาณ 10,000 – 30,000 บาท

3.) Medium Influencer (ผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ตั้งแต่ 50,000 - 100,000 คน) Influencer ประเภทนี้ จะสามารถช่วยให้คลินิกสร้าง Brand Awareness ได้ในระดับหนึ่ง เพราะ Influencer ประเภทนี้ จะมีการถ่ายทอดตัวตนออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น และมักเป็นผู้ที่มีความชื่นชอบ ความหลงใหล ความสนใจ หรือความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ Medium Influencer จึงสามารถถ่ายทอดและสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ถูกใจและตรงใจผู้ติดตามนั้นเอง ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างประมาณ 30,000 – 150,000 บาท

4.) Macro Influencer (ผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 คน) โดย Macro Influencer จะมีความครบเครื่องในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวทาง ตัวตน และวัตถุประสงค์ในการทำช่องทางของตัวเอง รวมไปถึงกระบวนการผลิตคอนเทนต์จะมีความเป็นมืออาชีพเป็นอย่างสูง Influencer ประเภทนี้ เหมาะกับการสร้าง Brand Awareness เป็นอย่างมาก เพราะด้วยความเป็นมืออาชีพของ Influencer ประเภทนี้เอง ทำให้การสื่อสารได้ผ่านทั้งกระบวนการคิด และมีกระบวนการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ตรงตามความต้องการและวัตถุประสงค์ที่แบรนด์ต้องการได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีอัตราค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างประมาณ 80,000 – 200,000 บาท

5.) Mega Influencer / Celebrity (ผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป) Mega Influencer หรือ Celebrity มักเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมต่างรู้จักและให้การยอมรับ จนส่งผลให้มีผู้ติดตามหลักล้านขึ้นไป ซึ่ง Influencer ประเภทนี้ เหมาะกับการทำการตลาดที่ไม่ต้องการเจาะจงกลุ่มเป้าหมายใดกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง แต่ต้องการให้เกิดการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ขึ้นอย่างรวดเร็วและในวงกว้าง ซึ่งมีอัตราค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างประมาณ 200,000 - 1,000,000 บาทขึ้นไป

KOL (Key Opinion Leader) คืออะไร

KOL (Key Opinion Leader) คืออะไร ?

KOL หมายถึง ผู้นำทางความคิด หรือก็คือ ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี, การท่องเที่ยว, ความงามและแฟชั่น, การแพทย์ และการทำอาหาร เป็นต้น โดย KOL จะสามารถแนะนำและทำให้ผู้ที่ติดตามคล้อยตามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสนใจนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง KOL จะมีความแตกต่างจาก Influencer ตรงที่ผู้ติดตามของ KOL จะมีความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง และเป็นเพียงคนบางกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันเท่านั้น

KOC (Key Opinion Consumer) คืออะไร

KOC (Key Opinion Consumer) คืออะไร ?

KOC หมายถึง กลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ได้มีชื่อเสียง ไม่ได้มีผู้ติดตามมากมายนัก เป็นเพียงผู้ใช้งานสินค้าหรือบริการที่มีประสบการณ์ตรงจากการใช้สินค้าหรือการบริการ และได้นำประสบการณ์นั้น ๆ มารีวิวให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้

เมื่อเปรียบเทียบ Influencer, KOL และ KOC แล้ว ก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งหากคลินิกอยากให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจในชั่วข้ามคืน ก็ควรเลือกใช้ Influencer หรือ KOL ที่มีชื่อเสียงในระดับต้น ๆ ของประเทศก็จะช่วยให้คลินิกมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก และโด่งดังจากกระแสที่เกิดจาก Influencer หรือ KOL นั้น ๆ ได้ แต่หากคลินิกมีงบประมาณในการทำการตลาดไม่มากนัก การใช้ KOC ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะท้ายที่สุด นอกจากคลินิกจะใช้งบการตลาดที่น้อยลงแล้ว กลุ่มเป้าหมายในธุรกิจคลินิกก็มักให้ความเชื่อถือกับรีวิวของผู้รับบริการที่ทำแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ก่อนและหลังเข้ารับบริการมากกว่า

เมื่อเรารู้จักและเข้าใจทั้ง Influencer, KOL (Key Opinion Leader) และ KOC (Key Opinion Consumer) เรียบร้อยแล้ว ถัดไป เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Influencer Marketing กันต่อเลย !

Influencer Marketing คืออะไร

Influencer Marketing คืออะไร ?

Influencer Marketing คือ การทำการตลาดผ่านกลุ่มคนที่มีอิทธิพลข้างต้นให้เป็นผู้สื่อสาร หรือเผยแพร่ข้อมูลของสินค้าหรือบริการของแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ

อินฟลูเอนเซอร์ คลินิก

เหตุผลที่คลินิกความงามควรทำ Influencer Marketing เพราะอะไร ?

  1. ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ของคลินิก
  2. ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคลินิกได้
  3. ช่วยให้สินค้าหรือบริการของคลินิกเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
  4. ช่วยให้เกิดการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ และเพิ่มโอกาสในการขายได้
  5. ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพราะเมื่อมีการโพสต์รีวิว ก็ย่อมเกิดปฎิสัมพันธ์ขึ้น เช่น การคอมเมนต์จากผู้ติดตามของ Influencer นั้น ๆ คลินิกก็จะรับรู้ได้เกี่ยวกับ “ความรู้สึก” ของผู้บริโภคที่มีต่อคลินิก และหากมีคอมเมนต์ในแง่ลบต่อคลินิก คลินิกก็มีโอกาสที่จะแสดงความรับผิดชอบ หรือชี้แจงในรายละเอียดต่าง ๆ ได้ในทันที
  6. เป็นการเปิดโอกาสให้คลินิกได้เจอกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ จากผู้ติดตาม Influencer คนนั้น ๆ
  7. ช่วยสนับสนุนในการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพราะการรีวิบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ Influencer แต่ละคนนั้น จะช่วยผลักดันให้คีย์เวิร์ดของคลินิกมีโอกาสแสดงผลในหน้าแรกของ Search Engine ได้

วิธีการเลือก Influencers ให้เหมาะสมกับคลินิก

  1. ตรวจสอบคาเรกเตอร์, บุคลิกภาพ, ตัวตน และไลฟ์สไตล์ของ Influencer ว่ามีความเหมาะสม และตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และ Brand Positioning ของคลินิกหรือไม่ ?
  2. ตรวจสอบผู้ติดตามของ Influencer ว่าใช่กลุ่มเป้าหมายที่คลินิกต้องการหรือไม่ และ/หรือผู้ติดตามนั้นมีโอกาสที่จะกลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมาย หรือมีโอกาสที่จะเป็นลูกค้าของคลินิกในอนาคตได้หรือไม่ ?
  3. ตรวจสอบแพลตฟอร์มที่ Influencer ใช้งาน ว่ามีความเหมาะสมกับรูปแบบคอนเทนต์ที่คลินิกต้องการนำเสนอตามวัตถุประสงค์ของแคมเปญนั้น ๆ หรือไม่ ?
  4. ตรวจสอบจำนวนผู้ติดตาม และการมีส่วนร่วมในแต่ละโพสต์ เพื่อเช็คการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Influencer และผู้ติดตามว่ามีความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อผู้ติดตามจริงหรือไม่ ? เพื่อป้องกันการเลือก Influencer ที่ซื้อยอดผู้ติดตาม
  5. ตรวจสอบคอนเทนต์ที่ Influencer นำเสนอที่ผ่านมา ว่ามีแนวทางในการทำคอนเทนต์ที่จะสามารถเชื่อมโยง, มีความสอดคล้อง และไปในทิศทางเดียวกับสิ่งที่คลินิกต้องการได้หรือไม่
  6. คัดกรอง Influencer ที่มีภาพลักษณ์ที่ดี การวางตัวที่ดี ไม่มีข่าวในแง่ลบ ดราม่า หรือมีข่าวเสื่อมเสีย เพื่อป้องกันการเกิด Negative Comment ตามมา

ทำไมคลินิกความงามต้องใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ในการทำการตลาด ?

คำตอบ คือ คลินิกความงามเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งการใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ก็ถือว่าเป็นทางลัดในการทำการตลาดให้เข้าถึงคนจำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว หากเลือกทำงานร่วมกับ Influencer ที่มียอดผู้ติดตามสูง ๆ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่ามีหลายคลินิกที่เลือกใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นดารา, นักร้อง, พริตตี้, นายแบบ, นางแบบ หรือแม้กระทั่ง KOL (Key Opinion Leader) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะต้องการใช้ชื่อเสียงของ Influencer ให้เป็นประโยชน์ในการเข้าถึงผู้ติดตาม และให้ Influencer เป็นกระบองเสียงในการโปรโมทสินค้าหรือบริการให้แก่คลินิก

จากประสบการณ์ตรงในการทำงานในธุรกิจคลินิกศัลยกรรม คลินิกเสริมความงามกว่า 9 ปี แม่มณีบอกคุณได้เลยนะคะว่า คลินิกที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ Influencer Marketing คลินิกจะใช้ประโยชน์จาก Influencer อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาการว่าจ้าง ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงผูกพันกันทางกฎหมาย ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอผลลัพธ์หลังการเข้ารับบริการในทุกช่องทางการทำการตลาดของคลินิกและบนแพลตฟอร์มของ Influencer เอง อีกทั้งสัญญายังครอบคลุมการนำรูปภาพ หรือวิดีโอบนแพลตฟอร์มของ Influencer มาใช้ในการผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกด้วย

นี่ยังไม่นับการติดตามรูปภาพและคลิปวิดีโอหลังการเข้ารับบริการตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน และ 3 เดือน เป็นต้น ซึ่งบอกเลยว่าทั้งหมดล้วนต้องอาศัยการวางแผนงานที่ดี การติดตาม และการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้คลินิกได้รับวัตถุดิบ ซึ่งก็คือ “รีวิว” ที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดนั้นเองค่ะ

และอย่าลืมเสมอว่า คุณกำลังทำธุรกิจที่ขายผลลัพธ์ ดังนั้น คุณจะต้องวางกลยุทธ์ที่ดี มีความเหมาะสม และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และท้ายที่สุด การจะได้มาซึ่งรีวิวที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยผลักดัน ส่งเสริมให้คลินิกเกิดยอดขายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอนค่ะ

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วชื่นชอบเรื่องราวดี ๆ ที่แม่มณีนำมาแบ่งปัน อย่าลืมส่งกำลังใจ โดยการไปติดตามข่าวสาร และสาระดี ๆ เกี่ยวกับการทำการตลาดคลินิกที่แม่มณีจะนำมาเสิร์ฟให้คุณแบบอัพเดทได้ที่แฟนเพจ MAE MANEE Digital Agency ที่ปรึกษาการตลาดคลินิกเสริมความงาม นะคะ

Share this :