ทุกคนมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่การทำการตลาดคลินิก และในปัจจุบันมีทางเลือกมากมายที่จะทำให้แผนการตลาดที่วางแผนไว้ ถูกผลิตออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาพนักงานประจำ, Freelance หรือแม้กระทั่งเอเจนซี่รับทำการตลาดให้กับคลินิก
แล้วคุณควรตัดสินใจเลือกจ้างใครดี ? วันนี้แม่มณีมีคำตอบมาฝากเจ้าของคลินิกและคุณหมอเจ้าของคลินิกกันนะคะ
จากหลาย ๆ ครั้งที่แม่มณีได้พูดคุยกับเจ้าของคลินิกและคุณหมอเจ้าของคลินิกหลาย ๆ ท่าน พบว่าจริง ๆ แล้วคลินิกไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างเอเจนซี่ในการทำการตลาดให้กับคลินิก เพราะสิ่งที่ผู้บริหารต้องการที่แท้จริงแล้ว ก็คือ คนที่จะสามารถทำงานได้ตามสิ่งที่ได้วางแผนไว้แล้วให้ออกมาเป็นรูปธรรมเท่านั้น โดยไม่ต้องการคนที่จะช่วยวางแผนการตลาดให้กับคลินิก ช่วยวางระบบในการทำการตลาด หรือช่วยวางกลยุทธ์ในการทำการตลาดใด ๆ ซึ่งหากพิจารณาจากสิ่งที่ต้องการแล้ว คลินิกยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องจ้างเอเจนซี่รับทำการตลาดในราคาที่สูงกว่าการจ้าง Freelance หรือพนักงานประจำ
แต่ก็มีผู้บริหารและคุณหมอเจ้าของคลินิกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความต้องการในการทำการตลาดของคลินิก มีเงินในการลงทุนในการทำการตลาด แต่ขาดประสบการณ์ในการทำการตลาดในธุรกิจคลินิกศัลยกรรมและความงาม รวมไปถึงยังขาดทีมงานที่จะช่วยทำการตลาดให้กับคลินิก จึงเป็นที่มาของการมองหาเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการตลาดทำกับคลินิก เพื่อช่วยวางแผน วางรากฐาน รวมไปถึงดำเนินการตามแผนงานการตลาดให้กับคลินิกค่ะ
ซึ่งหลักในการพิจารณาในการสรรหาคนที่ใช่ เข้ามาร่วมงานในการทำการตลาดให้กับคลินิก แม่มณีได้ข้อสรุป ดังนี้ (ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะคะ)
- ไม่มีแผน ไม่มีไอเดีย ไม่มีคนช่วยคิด ควรเลือกจ้างเอเจนซี่ในการวางแผนการตลาด
- ไม่มีระบบในการทำงาน อยากได้คนเริ่มต้นวางระบบให้ ควรเลือกจ้างเอเจนซี่หรือที่ปรึกษาการทำการตลาดเข้ามาวางระบบในการทำการตลาด
- ไม่มีเวลาคิด ไม่มีเวลาทำ ไม่อยากจ้างพนักงานประจำ แต่อยากได้คนช่วยคิด ควรเลือกจ้างเอเจนซี่ในการทำการตลาด
- ไม่ถนัดในการวางกลยุทธ์ ไม่ถนัดในการสื่อสารการตลาด ควรเลือกจ้างเอเจนซี่ในการวางกลยุทธ์ในการทำการตลาด
- รู้ว่าคลินิกมีของดี แต่ไม่รู้ว่าจะหยิบจุดไหนออกมาใช้ในการสื่อสาร ควรเลือกจ้างเอเจนซี่ในการวางแผนกลยุทธ์ในการสื่อสาร
- รู้ว่าจะต้องทำการตลาดผ่านช่องทางไหนบ้าง กี่แพลตฟอร์ม มีงบการตลาด แต่ขาดความรู้ ความเข้าใจในการทำการตลาด มาตรฐานชุมชน นโยบายการโฆษณา และข้อจำกัดของแต่ละแพลตฟอร์ม ควรเลือกจ้างเอเจนซี่หรือที่ปรึกษาในการทำการตลาดในการวางแผน และเซ็ตอัพระบบให้
- มีเงินลงทุน แต่ไม่รู้ทิศทางในการทำการตลาด ควรเลือกจ้างเอเจนซี่หรือที่ปรึกษาในการทำการตลาด เพื่อกำหนด Master Plan, Action Plan และ Marketing Budget
- มีทีมการตลาด แต่ขาดกลยุทธ์ ขาดการวัดผลงานพนักงานฝ่ายการตลาด ควรเลือกจ้างที่ปรึกษาการทำการตลาดเข้ามาวางระบบ จัดระเบียบ กำหนด JD และ KPI ในการประเมินผลงานของพนักงานฝ่ายการตลาด
- มีแผนการตลาด มีทุกอย่างในการทำการตลาด แต่ขาดคนช่วยทำให้เสร็จ โดยไม่ต้องช่วยคิดหรือเสนอไอเดีย ควรเลือกจ้างพนักงานประจำ หรือ Freelance
- มีระบบ มีแผนการตลาด และอยากสร้างทีมการตลาด In-House ไม่อยากจ้างคนนอก ควรเลือกจ้างพนักงานประจำ
- อยากทำการตลาดหลายแพลตฟอร์ม แต่ไม่มีงบการตลาดในการว่าจ้างแต่ละเอเจนซี่ หรือ Freelance ที่ครอบคลุมการทำการตลาดในทุกแพลตฟอร์ม ควรเลือกจ้างพนักงานประจำที่สามารถทำงานได้แบบมัลติฟังก์ชั่น
จากที่แม่มณีกล่าวไปข้างต้น จะเห็นว่า แต่ละคลินิกต่างก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้, ประสบการณ์, ความเชี่ยวชาญ, งบประมาณ, การกำหนดกลยุทธ์การตลาด, การวางแผนการสื่อสารการตลาด หรือแม้กระทั่งข้อจำกัดของทีมการตลาดภายในองค์กรเอง ดังนั้น ในการเลือกคนที่ใช่ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะไม่ว่าจะเป็นการเลือกเอเจนซี่ทำการตลาด, Freelance หรือแม้กระทั่งพนักงานประจำก็ล้วนมีข้อจำกัดนะคะ
สิ่งสำคัญที่คุณควรเข้าใจ คือ การเลือกคนที่ใช่ มีความเหมาะสม ถูกต้อง และต้องถูกใจ แม่มณีเชื่อเสมอว่าในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่การตลาด, Freelance หรือพนักงานประจำ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การสื่อสารและความโปร่งใส” การสื่อสารอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องนโยบายของผู้บริหาร ทิศทางที่ต้องการให้คลินิกเป็น ความต้องการต่าง ๆ รวมถึงสิ่งที่ไม่ต้องการในระหว่างที่ร่วมงานกัน การวัดผล รายงานสถิติต่าง ๆ รวมไปถึงเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องตรวจสอบได้ และท้ายที่สุด คือ การรับฟังกันอย่างมีเหตุมีผล เพราะท้ายที่สุด ก็คือ ทุกคนก็คือทีมเดียวกันนะคะ
และที่สำคัญมากที่สุด ในการเลือกคนเข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตาม ผู้ที่ถูกเลือกควรมีกรอบความคิด ความต้องการที่อยากให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มองภาพเดียวกัน มีเคมีตรงกันหรือใกล้เคียงกัน และท้ายที่สุด คือ การมีเป้าหมายเดียวกัน นั้นคือ การทำการตลาดคลินิกให้เติบโตอย่างแข็งแรง มั่นคง จนนำไปสู่เป้าหมายยอดขายที่ผู้บริหารต้องการ
แม่มณีขอสรุป
การจ้างเอเจนซี่ในการทำการตลาดก็เหมือนกับการจ้างพนักงานประจำที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านการสื่อสาร ซึ่งการจ้างเอเจนซี่ในทำการตลาดให้กับคลินิก โดยเฉพาะเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง มันคือ การซื้อที่ไม่ใช่เพียงการได้รับบริการที่ครบถ้วนตามที่ได้ระบุในใบเสนอราคา แต่มันคือการซื้อค่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเอเจนซี่การตลาด ดังนั้น การที่จะทำให้คุณได้รับความคุ้มค่ามากกว่าราคาที่คุณจ่าย คุณควรใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเอเจนซี่ให้ได้มากที่สุด เพราะเอเจนซี่การตลาดได้ผ่านการทำงาน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงในการทำการตลาดในธุรกิจนั้น ๆ ผ่านการลงมือทำจริง ผ่านการเรียนรู้จากความผิดพลาด ผ่านการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพัฒนาผ่านประสบการณ์ในการเรียนรู้ คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น ๆ ด้วยตัวเองนะคะ
และในตอนนี้ หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาการตลาดให้กับคลินิกที่จะช่วยคิด ช่วยวางแผน จัดระบบระเบียบในการทำงาน เพื่อให้การตลาดของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน และมั่นคง คุณสามารถเข้าชมรายละเอียดของบริการที่ปรึกษาด้านการตลาดคลินิกเสริมความงาม Marketing Consultant และคุณสามารถติดตามผลงานอัพเดทต่าง ๆ รวมทั้งสาระความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำการตลาดคลินิกศัลยกรรม คลินิกเสริมความงาม ได้ที่ MAE MANEE Digital Agency ที่ปรึกษาการตลาดคลินิกเสริมความงาม นะคะ